เนื้องอกในมดลูกปัจจุบันในทางการแพทย์นั้นยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริง แต่พบว่ามีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งสร้างในรังไข่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหญิงวัยเจริญพันธุ์จึงมีอัตราการเกิดเนื้องอกในมดลูกสูง และเนื้องอกมักจะฝ่อตัวเล็กลงหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อาการของเนื้องอกในมดลูก -ประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือมานานกว่า 1 สัปดาห์ เป็นอาการที่พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ปวดกระปริดกะปรอย ปวดหน่วงๆ ปวดหลังส่วนล่างแบบเรื้อรัง -รู้สึกแน่นหรือปวดบริเวณท้องน้อย ในกรณีที่เนื้องอกในมดลูกมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยอาจรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ไม่สบายท้อง ท้องบวม หรือท้องน้อยมีขนาดโตขึ้น ท้องโตขึ้น (โดยเฉพาะที่บริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน) และในบางรายอาจมีอาการปวดหลังร่วมด้วย -ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก เป็นอาการที่เกิดในระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร โดยมีมดลูกยื่นมากดทับส่งให้ปัสสาวะบ่อย -รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ -ปวดหลัง หรือปวดขา คนทั่วไปเรียกว่าปวดร้าวไปหลัง เอว ก้นกบ ปวดลงขา เป็นต้น -ท้องผูก อาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังเนื่องจากเนื้องอกมดลูกไปกดเบียดบริเวณทวารหนัก -เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือมีความเสี่ยงที่ทำให้ต้องผ่าคลอด -มีบุตรยาก แต่มักเกิดขึ้นได้น้อย คนที่มีภาวะมีบุตรยากแล้วไปตรวจหาสาเหตุ ก็อาจพบว่ามีเนื้องอกในมดลูกได้ หากผู้มีอาการดังกล่าวควรเข้าพบแพทย์ โดยที่ส่วนใหญ่แล้วเนื้องอกในมดลูกไม่ใช่โรคร้ายแรงที่พัฒนาจนเป็นมะเร็งซึ่งโรคนี้สามารถทำการรักษาได้และยังสามารถผ่าตัดแบบธรรมดาหรือใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบใหม่ที่ได้ผลดีกว่าเดิม คือ การผ่าตัดผ่านกล้อง